การจำแนกสายพันธุ์

โดยอาศัยความแตกต่างของการใช้น้ำตาล L-Arabinose พบว่าเชื่อที่พบในดินมีทั้งชนิดที่ใช้น้ำตาลชนิดนี้ได้ (Ara+) และไม่สามารถใช้ได้ (Ara-) ทว่าในเชื้อที่แยกได้จากผู้ป่วยทั้งหมดเป็น Ara- (มีพบเพียง 1 รายที่เป็น Ara+ ในตัวอย่างเชื้อนับพันที่แยกได้) ทำให้สรุปว่า Ara- นั้นเป็นกลุ่มของ B. pseudomalleiที่ทำให้เกิดโรค ในขณะที่ Ara+ จัดเป็นเชื้อ Burkholderia thailandensis ไม่ก่อโรค การจำแนกสายพันธุ์โดยใช้เทคนิคทางด้านอณูชีววิทยา (Molecular Biology) โดยดู ขนาดของโครโมโซมของ B. pseudomallei ที่ตัดด้วยเอนไซม์ ด้วยวิธี Pulse Field Gel Electrophoresis (PFGE) สามารถแยก ความแตกต่างของเชื้อ B. pseudomallei ที่ใช้น้ำตาล  และไม่สามารถใช้น้ำตาล L- Arabinose ออกเป็นสองกลุ่มได้เช่นเดียวกัน เมื่อดูความแตกต่าง โดยใช้บริเวณของยีนที่สร้างไรโบโซม อาร์เอ็นเอ ไม่พบความแตกต่างมากพอจะจำแนกเชื้อ 2 กลุ่มนี้เป็นคนละ species แต่เมื่อนำเชื้อมา ศึกษาความหลากหลายของสายพันธุ์โดยวิธี Ribotyping พบว่าเชื้อในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ความหลากหลายของสายพันธุ์มาก แต่มีบาง ribotype ของสายพันธุ์ ที่พบมากในดินบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเหมือนกับ ribotype ที่พบมากในเชื้อที่แยกได้จากผู้ป่วย การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ ribotype ดังกล่าว ในรายละเอียด อาจจะทำให้ทราบถึงกลไกหรือปัจจัยในการก่อโรคของเชื้อใน กลุ่มนั้นได้